เรื่องล่าสุด

หมวดหมู่

สกุล Sulcorebutia

Sulcorebutia

สกุล Sulcorebutia แคคตัสในสกุลนี้มีอยู่ประมาณ 40 ชนิดและอีกหลากหลายสายพันธุ์ ชื่อสกุล Sulcorebutia มาจากภาษาละตินว่า sulcus ซึ่งหมายถึง ร่องหรือรอบ แคคตัสในสกุลนี้มีลักษณะคล้ายกับสกุล Rebutia ต่างกันตรงที่ตุ่มหนามจะแคบและยาวกว่า มักจะขึ้นเป็นต้นเดี่ยวๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ลำต้นมีลักษณะทรงกลม เป็นสันชัดเจน มีหลายสี เช่น สีเขียว สีออกแดง หรือสีเทาอมกำ หนามมมีลักษณะเป็นรูปหวี ไม่มีหนามกลาง

ดอกมีลักษณะคล้ายกับสกุล Rebutia เกิดที่บริเวณโคนต้น กลีบดอกมีผิวมันคล้ายเคลือบด้วยขี้ผึ้ง ในบางชนิดกลีบดอกอาจจะมี 2 สี ปกกัน ผลมีลักษณะทรงกลมหรือเป็นรูปขอบขนาน ผิวเรียบหรือมีเกล็ดปกคลุมเล็กน้อย

แคคตัสในสกุล Sulcorebutia มีถิ่นกำเนิดอยู่ในโบลิเวีย พบมากตามภูเขาสูง เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีแร่ธาตุ อุดมสมบูรณ์ ออกดอกเกือบตลอดทั้งปี

กลุ่ม Astrophytum

Astrophytum myriostigma หนึ่งในสายพันธุ์ Astrophytum

Astrophytum myriostigma หนึ่งในสายพันธุ์ Astrophytum

กลุ่ม Astrophytum แคคตัสกลุ่มนี้มีลักษณะเป็นทรงกระบอกรูปหมวกพระบิชอพ ลำต้นกว้าง เป็นเหลี่ยมหรือมีพูลึก มีจุดประสีขาวทั้งต้น มีหลายสายพันธ์ุ เช่น Astrophytum myriostigma , Astrophytum ornatum , Astrophytum capricorne เป็นต้น

ขั้นตอนการเพาะเมล็ด

หลังจากเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เริ่มลงมือเพาะได้เลย ก่อนอื่นควรที่จะเตรียมนำสำลีมาวางไว้ที่ก้นของภาชนะเพาะ ปิดรูที่ก้นภาชนะให้สนิท แต่ต้องไม่อัดแน่นจนเกินไป จากนั้นดึงเศษสำลีลงให้ทั่วๆ รูแผ่ให้ทั่วแล้วกดลงไปเบาๆ เสร็จแล้วโรยทรายลงไปเล็กน้อยเพื่อให้ปิดกั้นกระถางและชิ้นสำลีไว้ ซึ่งทรายที่นำมาใช้ เป็นที่ทรายชนิดละเอียดก็ได้ เทวัสดุเพาะที่เตรียมไว้ลงภาชนะแต่ละใบ แต่ไม่ควรเทจนถึงขอบให้เหลือระยะจากขอบบนลงมาประมาณ 1/3 นิ้ว ใช้มือตบเบาๆ ให้วัสดุเพาะได้ระดับเสมอกัน ถ้าวัสดุเพาะตามขอบยวบลงไปให้โรยเติมลงไปอีกเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เมล็ดกลิ้งไปอยู่ใกล้ขอบภาชนะ

เนื่องจากเมล็ดแคคตัสมีหลายชนิด เมล็ดแต่ละขนาดต้องการการดูแลและวิธีเพาะที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เราจึงต้องแบ่งวิธีการนำเมล็ดลงดินโดยแบ่งได้เป็น 4 วิธี ได้แก่

1. เมล็ดขนาดเล็กมาก ควรเริ่มจากการโปยทรายหยาบลงไปก่อน โดยโรยบนวัสดุเพาะบางๆ และให้สม่ำเสมอ จากนั้นจึงโรยเมล็ดตามลงไปให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมล็ดเหล่านี้จะตกลงไประหว่างเมล็ดทราย นำภาชนะเพาะไปวางบนถาดหรือจานที่บรรจุและปล่อยให้ดูดน้ำจนเปียก เพื่อให้แน่ใจว่าเมล็ดจะตกลงไปในระหว่างเมล็ดทราย ให้ใช้น้ำฉีดพ่นไล่ส่วนที่ค้างอยู่ด้านบนให้ลงไปอยู่ในส่วนที่มีทรายรองรับ และงอกได้ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีขึ้นไป จากนั้นจึงยกไปวางไปถาดหรือจานอีกใบหนึ่ง

2. เมล็ดขนาดกลาง เริ้มจากการวางเมล็ดให้ทั่ววัสดุเพาะที่ผสมไว้ วางภาชนะเพาะลงในถาดหรือจานบรรจุน้ำ ปล่อยให้ดูดน้ำจนเปียกทั่ว จะทำให้มองเห็นเมล็ดและเมล็ดจะไม่กลิ้งไปมาเนื่องจากอยู่บนวัสดุที่เปียก จากนั้นโปรยทรายหยาบให้ทั่วจนมองไม่เห็นเมล็ด แต่อย่าโปรยจนหนา เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงยกไปวางในถาดหรือจานอีกใบหนึ่ง

สำหรับในบทความต่อไปจะมาต่อในอีก 2 ขั้นตอนการเพาะเมล็ดขนาดใหญ่ และการขั้นตอนการเพาะเมล็ดผสมกันหลายขนาด

กลุ่ม Ario carpus

แคคตัสพันธุ์หนึ่งในกลุ่ม Ario carpus

แคคตัสพันธุ์หนึ่งในกลุ่ม Ario carpus

กลุ่ม Ario carpus เป็นพืชพื้นเมืองของเม็กซิโก และรัฐเท็กซัสของอเมริกา มีรูปร่างแปลก สะดุดตา บางชนิดมีลักษณะคล้ายเกล็ดหินที่มีชีวิต มักออกดอกบริเวณยอดบนสุด มีหลายสายพันธุ์ เช่น Ariocarpus fissuratus , Ariocarpus retusus , Ariocarpus trigonus เป็นต้น

สกุล Notocactus

Notocactus

สกุล Notocactus แคคตัสในสกุลนี้มีอยู่ด้วยกัน 35 ชนิดกับอีกหลายสายพันธุ์ ชื่อสกุล Notocactus มาจากภาษากรีก หมายถึง แคคตัสทางตอนใต้ แคคตัสในสกุลนี้มีลักษณะรูปร่างทรงกลมขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง 7.5-10 เซนติเมตร และทรงกระบอกสูง 1 เมตร ต้นมีหลายสี เช่น สีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม หรือเหลือสีน้ำตาลแดง มีทั้งขึ้นเป็นต้นเดี่ยวๆ และอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ ลำต้นเป็นสันประมาณ 10-30 สัน ตุ่มหนามเป็นตุ่มนู้นเรียงชิดกัน บางครั้งมีขนเป็นปุยนุ่มสีขาว สีเหลือง หรือสีน้ำตาล ปกคลุมอยู่ ประกอบด้วยหนามข้างสั้นและแข็งมาก 20 อัน ยาวประมาณอันละ 0.6-2.5 เซนติเมตร แผ่แนบกับผิวต้น หนามกลางตั้งตรงและโค้งเล็กน้อย มีอยู่ประมาณ 6 อัน ยาวเป็น 2 เท่าของหนามข้าง มีหลายสี เช่น สีขาว สีเหลือง น้ำตาลแดง

ดอกมีลักษณะทรงกรวย มีหลายสีด้วยกัน เช่น สีแดง สีเหลืองหรือสีม่วงแดงเข้ม มักเกิดที่บริเวณยอดต้น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.25-7.5 เซนติเมตร ผิวด้านนอกของหลอดดอกมีลักษณะเป็นเกล็ดและมีหนามสั้นแข็งปกคลุมอยู่ ส่วนผลมีขนาดเล็ก บริเวณผิวปกคลุมด้วยขนสั้นแข็ง มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.25 เซนติเมตร

แคคตัสสกุล Notocactus มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบราซิล ทางตอนเหนืของอาร์เจนติน่า ปารากวัย และอุรุกวัย เจริญเติบโตได้ดีในหลายพื้นที่ เช่น ตามรอยแยกของหิน บริเวณที่เป็นดินทรายหรือแถบทุ่งหญ้า ส่วนมากจะขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ยกเว้นพวกที่มีการแตกหน่อจะสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการแยกหน่อ ชอบบริเวณที่มีการระบายน้ำได้ดี ชนิดที่มีหนามน้อยจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีร่มเงาเพียงเล็กน้อย และควรงดให้น้ำในฤดูหนาว