เรื่องล่าสุด

หมวดหมู่

กลุ่ม Echinocereus

กลุ่ม Echinocereus มีลักษณะต้นเป็นรูปทรงกระบอก มักออกเป็นกอ เป็นแคคตัสที่ให้ดอกใหญ่ราว 5-7 เซนติเมตร ดอกมีสีสวย กลีบดอกสวย มักออกดอกในฤดูร้อน ดอกบานได้ประมาณ 2 วัน สีดอกมีทั้งสีชมพูเหลือบเหลือง เช่น สายพันธุ์ Echinocereus fendleri , Echinocereus fitchii, Echinocereus engelmannii เป็นต้น และสีแดงส้มเหลือบเหลือง เช่นสายพันธุ์ Echinocereus triglochidiatus var. pavcispinus เป็นต้น

กลุ่ม Cereus

กลุ่ม Cereus แคคตัสกลุ่มนี้เรารู้จักกันในชื่อของกระบองเพชร จึงไม่มีใบหรือ giochids (หนามหรือขนแข็งที่มีปลายโค้งงอ อาจจะอยู่รวมกันเป็นกระจุกๆ ) เมล็ดมีสีดำหรือน้ำตาล ลักษณะต้นเป็นทรงกระบอก มีสันและหนามปกคลุม หรือไม่มีก็ได้

แคคตัสในกลุ่มนี้ปลูกเลี้ยงง่ายและชอบแสงแดดมาก มีอยู่ด้วยกันหลายสกุล เช่น Armatocereus , Arrojadoa, Bergerocactus , Borzicactus , Brachycereus , Browningia , Calymmanthium , Carnegiea , Cephalocereus , Cereus , Chamaecereus , Cleistocactus ,Corryocactus , Dendrocereus , Echinocereus , Erdisia , Escontria , Eulychnia , Harrisia , Hildwinters , Jasminocereus […]

สกุล Sulcorebutia

สกุล Sulcorebutia แคคตัสในสกุลนี้มีอยู่ประมาณ 40 ชนิดและอีกหลากหลายสายพันธุ์ ชื่อสกุล Sulcorebutia มาจากภาษาละตินว่า sulcus ซึ่งหมายถึง ร่องหรือรอบ แคคตัสในสกุลนี้มีลักษณะคล้ายกับสกุล Rebutia ต่างกันตรงที่ตุ่มหนามจะแคบและยาวกว่า มักจะขึ้นเป็นต้นเดี่ยวๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ลำต้นมีลักษณะทรงกลม เป็นสันชัดเจน มีหลายสี เช่น สีเขียว สีออกแดง หรือสีเทาอมกำ หนามมมีลักษณะเป็นรูปหวี ไม่มีหนามกลาง

ดอกมีลักษณะคล้ายกับสกุล Rebutia เกิดที่บริเวณโคนต้น กลีบดอกมีผิวมันคล้ายเคลือบด้วยขี้ผึ้ง ในบางชนิดกลีบดอกอาจจะมี 2 สี ปกกัน ผลมีลักษณะทรงกลมหรือเป็นรูปขอบขนาน ผิวเรียบหรือมีเกล็ดปกคลุมเล็กน้อย

แคคตัสในสกุล Sulcorebutia มีถิ่นกำเนิดอยู่ในโบลิเวีย พบมากตามภูเขาสูง เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีแร่ธาตุ อุดมสมบูรณ์ ออกดอกเกือบตลอดทั้งปี

กลุ่ม Astrophytum

Astrophytum myriostigma หนึ่งในสายพันธุ์ Astrophytum

กลุ่ม Astrophytum แคคตัสกลุ่มนี้มีลักษณะเป็นทรงกระบอกรูปหมวกพระบิชอพ ลำต้นกว้าง เป็นเหลี่ยมหรือมีพูลึก มีจุดประสีขาวทั้งต้น มีหลายสายพันธ์ุ เช่น Astrophytum myriostigma , Astrophytum ornatum , Astrophytum capricorne เป็นต้น

ขั้นตอนการเพาะเมล็ด

หลังจากเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เริ่มลงมือเพาะได้เลย ก่อนอื่นควรที่จะเตรียมนำสำลีมาวางไว้ที่ก้นของภาชนะเพาะ ปิดรูที่ก้นภาชนะให้สนิท แต่ต้องไม่อัดแน่นจนเกินไป จากนั้นดึงเศษสำลีลงให้ทั่วๆ รูแผ่ให้ทั่วแล้วกดลงไปเบาๆ เสร็จแล้วโรยทรายลงไปเล็กน้อยเพื่อให้ปิดกั้นกระถางและชิ้นสำลีไว้ ซึ่งทรายที่นำมาใช้ เป็นที่ทรายชนิดละเอียดก็ได้ เทวัสดุเพาะที่เตรียมไว้ลงภาชนะแต่ละใบ แต่ไม่ควรเทจนถึงขอบให้เหลือระยะจากขอบบนลงมาประมาณ 1/3 นิ้ว ใช้มือตบเบาๆ ให้วัสดุเพาะได้ระดับเสมอกัน ถ้าวัสดุเพาะตามขอบยวบลงไปให้โรยเติมลงไปอีกเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เมล็ดกลิ้งไปอยู่ใกล้ขอบภาชนะ

เนื่องจากเมล็ดแคคตัสมีหลายชนิด เมล็ดแต่ละขนาดต้องการการดูแลและวิธีเพาะที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เราจึงต้องแบ่งวิธีการนำเมล็ดลงดินโดยแบ่งได้เป็น 4 วิธี ได้แก่

1. เมล็ดขนาดเล็กมาก ควรเริ่มจากการโปยทรายหยาบลงไปก่อน โดยโรยบนวัสดุเพาะบางๆ และให้สม่ำเสมอ จากนั้นจึงโรยเมล็ดตามลงไปให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมล็ดเหล่านี้จะตกลงไประหว่างเมล็ดทราย นำภาชนะเพาะไปวางบนถาดหรือจานที่บรรจุและปล่อยให้ดูดน้ำจนเปียก เพื่อให้แน่ใจว่าเมล็ดจะตกลงไปในระหว่างเมล็ดทราย ให้ใช้น้ำฉีดพ่นไล่ส่วนที่ค้างอยู่ด้านบนให้ลงไปอยู่ในส่วนที่มีทรายรองรับ และงอกได้ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีขึ้นไป จากนั้นจึงยกไปวางไปถาดหรือจานอีกใบหนึ่ง

2. เมล็ดขนาดกลาง เริ้มจากการวางเมล็ดให้ทั่ววัสดุเพาะที่ผสมไว้ วางภาชนะเพาะลงในถาดหรือจานบรรจุน้ำ ปล่อยให้ดูดน้ำจนเปียกทั่ว จะทำให้มองเห็นเมล็ดและเมล็ดจะไม่กลิ้งไปมาเนื่องจากอยู่บนวัสดุที่เปียก จากนั้นโปรยทรายหยาบให้ทั่วจนมองไม่เห็นเมล็ด แต่อย่าโปรยจนหนา เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงยกไปวางในถาดหรือจานอีกใบหนึ่ง

สำหรับในบทความต่อไปจะมาต่อในอีก 2 ขั้นตอนการเพาะเมล็ดขนาดใหญ่ และการขั้นตอนการเพาะเมล็ดผสมกันหลายขนาด