เรื่องล่าสุด

หมวดหมู่

ส่วนประกอบของแคคตัส

Cactus3

ส่วนประกอบของแคคตัส แคคตัสส่วนใหญ่จะมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันออกไปมากมาย เช่น ทรงกลม ทรงกระบอก มีทั้งที่ขึ้นเป็นต้นเดี่ยวๆ และขึ้นอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ ขนาดก็มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร สูงไม่เกิน 5 เมตร จนถึงต้นที่มีขนาดใหญ่ๆ ซึ่งจะสูงประมาณ 24-25 เมตร ส่วนประกอบอื่นๆที่มีลักษณะคล้ายๆ กันคือ

  • ลำต้นมีลักษณะอวบน้ำ ผิวลำต้นคล้ายเคลือบด้วยขี้ผึ้ง และมีส่วนประกอบที่เรียกว่าตุ่มหนาม
  • ไม่มีใบที่แท้จริง เพราะใบลดรูปกลายเป็นหนาม ช่วยลดการคายของน้ำ ยกเว้นสกุล Pereskia ที่ยังคงมีใบที่แท้จริงให้เห็นอยู่และยังช่วยดูดเอาไอน้ำในอากาศมาเก็บไว้
  • ดอกเป็นแบบไม่มีก้านดอก มักเกิดจากตาดอกที่บริเวณตุ่มหนาม ยกเว้นสกุล Echinocereus ซึ่งมีตาดอกเกิดที่ผิวต้นใกล้เนินหนามสกุล Mammillaria และ Coryphantha ซึ่งมีตาดอกเกิดระหว่างซอกเนินหนาม สกุล Melocactus , Iscocactus และ Cephalacereus ที่สามารถเกิดตาดอกขึ้นที่ส่วนยอดของต้น ซึ่งมีลักษณะเป็นปุยนุ่มสีขาวหรือสีครีม

การจำแนกสายพันธุ์ของแคคตัส

cactus 5

การจำแนกสายพันธุ์ของแคคตัสเป็นกลุ่ม

แคคตัสจัดเป็นพืชในวงศ์ Cactaceae มีอยู่ทั่วโลกทั้งสิ้น 50-150 สกุลด้วยกัน หรือประมาณ 2,000 ชนิด ซึ่งแบ่งตามวิธีของ Gordon Rowley (หนังสือ The Illustrated Encyclopaedia of Succulents) ได้เป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้

  • กลุ่ม Ario Carpus
  • กลุ่ม Astrophytum
  • กลุ่ม Cereus
  • กลุ่ม Echinocactus
  • กลุ่ม Echinocereus
  • กลุ่ม Echinopsis
  • กลุ่ม Epiphyllum
  • กลุ่ม Hylocereus
  • กลุ่ม Lobivia
  • กลุ่ม Mammillaria
  • กลุ่ม Melocactus
  • กลุ่ม Neopoteria
  • กลุ่ม Opuntia
  • กลุ่ม Pereskia
  • กลุ่ม Pilocereus
  • กลุ่ม Rebutia

สกุล Echinopsis

Echinopsis

สกุล Echinopsis แคคตัสในสกุลนี้มีอยู่ประมาณ 60 กว่าชนิดและอีกหลายสายพันธุ์ ชื่อสกุล Echinopsis มาจากภาษากรีก หมายถึง เม่น ส่วนมากจะมีลักษณะกลมแป้นและจะเปลี่ยนเป็นทรงกระบอกเมื่อมีอายุมากขึ้น ลักษณะเป็นต้นตรง มักจะพบเป็นต้นเดี่ยวๆ หรือเป็นกลุ่ม มีแคคตัสในสกุลนี้อยู่ประมาณ 2-3 ชนิด ที่มีขนาดใหญ่ คือ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 35 เซนติเมตร และสูงถึง 70 เซนติเมตร ลำต้นเป็นสัน 8-30 สัน ตุ่มหนามมีลักษณะกลม เรียงอยู่ชิดติดกัน หรือห่างกันมากกว่า 2.5 เซนติเมตร มีหลายสี เช่น สีเทา สีขาว หรือสีน้ำตาล ประกอบไปด้วยหนามข้าง มีลักษณะตรงหรือโค้งงอ แผ่กระจายหรือแนบไปกับลำต้น มีอยู่ประมาณ 5-30 อัน ชนิดที่มีต้นขนาดใหญ่หนามข้างจะแข็งแรงยาวประมาณ 1.25-5 เซนติเมตร ส่วนหนามกลางจะตั้งเด่นออกมาจากลำต้น ชนิดต้นเล็กหนามกลางจะเล็กและสั้น ส่วนชนิดที่มีต้นขนาดใหญ่จะยาวมากกว่า 2.5 เซนติเมตร มีอยู่มากกว่า 4 อัน สีหนามมีตั้งแต่สีขาว สีดำ สีเทา และสีน้ำตาล

ดอกมีลักษณะคล้ายกับทรัมเป็ต บางชนิดจะยาวถึง 20 เซนติเมตร พวกที่ดอกบานในตอนกลางคืนจะมีสีขาวและสีชมพูดซีด มักมีกลิ่นหอม ส่วนดอกที่บานในเวลากลางคืน ดอกจะมีสีเหลืองหรือสีแดง หลอดดอกปกคลุมไปด้วย ผลมีลักษณะเป็นทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.25-5 เซนติเมตร มีขนหรือหนามสั้นๆ ปกคลุม เมื่อแก่ตัวจะมีสีน่ำตาลปนเขียวหรือสีน้ำตาลแดงและมักจะแตกออก

แคคตัสสกุล Echinopsis มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตอนเหนือของอาร์เจนตินา ทางใต้ของบราซิล ปารากวัย และอุรุกวัย สามารถเจริญเติบโตได้ดีในหลายๆ พื้นที่ รวมทั้งพื้นที่สูงๆ ขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ดและตัดแยก โดยต้นใหม่ที่เกิดขึ้นมามักจะมีรากติดมาด้วย บางชนิดออกดอกได้ตั้งแต่อายุ 2-3 ปี ในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝนจะชอบน้ำมาก แต่ในฤดูหนาวควรงดให้น้ำ

สกุล Pereskia

Pereskia

สกุล Pereskia แคคตัสในสกุลนี้มีอยู่ประมาณ 25 ชนิด และอีก 2-3 สายพันธุ์ ชื่อสกุล Pereskia ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ N.CF.de Pieresc (พ.ศ. 2130-2180) แคคตัสในสกุล Pereskia ชนิดแรกที่ถูกนำเข้ามาในยุโรปในช่วงปลายศตวรรษที่ 26 ถูกค้นคว้าโดย Linnaeus ในปี พ.ศ. 2296 นั้นเรียกว่า Cactus pereskia หรือในปัจจุบันที่รู้จักกันในชื่อว่า Pereskia aculeata แคคตัสในสกุลนี้มีรูปร่างแตกต่างไปจากแคคตัสในสกุลอื่นๆ เช่น มีลักษณะเป็นพุ่มคล้ายพวกซัคคิวเลนท์ เป็นไม้เลื้อยหรืออาจจะเป็นไม้ยืนต้น มีการผลัดใบ และมีหนามที่บริเวณลำต้น เห็นได้ชัดเจน ชนิดที่เป็นพุ่มขนาดเล็กนั้นมักจะมีความสูงไม่เกิน 1 เมตร แต่ชนิดที่เป็นไม้เลื้อยหรือไม้ยืนต้นอาจจะมีความสูงได้ถึง 5-20 เมตรเลยทีเดียว

ดอกมีทั้งที่เป็นดอกเดี่ยวและอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ ชนิดที่เป็นดอกเดี่ยวนั้นจะมีลักษณะคล้ายดอกกุหลาบ มีหลายสี เช่น สีขาว สีเหลืองสว่าง สีม่วงแดง หรือสีแดงสด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-5 เซนติเมตร ผลมีลักษณะทรงกลม เมื่อสุกจะเป็นสีเหลืองหรือสีแดงสด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-5 เซนติเมตร

แคคตัสสกุล Pereskia มีถิ่นกำเนิดอยู่ในหมู่เกาะเวสต์อินดีส ทางตอนกลางของอเมริกา ทางใต้สุดจนถึงทางเหนือของอาร์เจนตินา ปารากวัย และเปรู สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ดและตัดชำ แคคตัสในสกุลนี้มีพืชในเขตร้อน จึงชอบอากาศอบอุ่น และน้ำอุดมสมบูรณ์ จึงจะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และออกดอกได้ดี มีอยู่ 2-3 ชนิดที่สามารถเก็บให้อยู่ในระยะฟักตัวในฤดูหนาวได้

กลุ่ม Neopoteria

Neopoteria

กลุ่ม Neopoteria ลักษณะลำต้นค่อนข้างเล็ก เป็นทรงกลม หรือทรงกระบอก มีลักษณะของสันต้นที่ชัดเจน ด้านโคนของหลอดดอกมีลักษณะเป็นปุยนุ่มและมีหนาม แบ่งออกได้หลายสกุล ได้แก่ Austrocactus , Blossfeldia , Eriosyce , Frailea , Neoporteria , Notocactus , Parodia , Uebelmannia และ Wigginsia